Make a blog

myhugofitness

1 year ago

สถาบันทุกสถาบันมีความเชื่อว่าการเล่นห่วงยางจะทำให้เด็กแข็งแรง

นับถือศาสนา” หรือมี “ความเชื่อทางศาสนา” ว่า...“ความอยู่รอดทาง วิญญาณ” นั่นเอง...ด้วยเหตุนี้...ในระหว่างที่มนุษย์พยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ทางร่างกาย จนเกิดการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องไม้เครื่องมือหยาบๆ หรือ อาจเรียกได้ว่าเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในระดับเริ่มแรก ไม่ว่าการ ห่วงยางเด็ก  รู้จักการนำเอาหินเหล็กไฟมาตีกับก้อนแร่เหล็กเพื่อจุดไฟ,รู้จักทำเข็ม,ทำ ลูกศรจากกระดูกสัตว์,รู้จักทำฉมวกสำหรับล่าปลา,แสดงความเข้าใจต่อ รูปทรงเรขาคณิตอันแสดงให้เห็นอยู่ในลวดลายภาชนะเครื่องดินเผา,รู้จัก การดูแลปศุสัตว์,รู้จักนำเอาเมล็ดพืชมาทำกสิกรรม...ฯลฯ อันเป็นการค้น คิดประดิษฐ์ในยุคดึกดำบรรพ์ สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้มนุษย์หยุดคิด หรือ แพยางเป่าลม  หยุดที่จะแลวงหาคำตอบต่อ “ปัญหาที่ชีวิตได้ตั้งเอาไว้กับเขา” และเรา สามารถได้พบเห็นร่องรอยของความพยายามแสวงหาคำตอบเหล่านี้ มากมายอันปรากฏอยู่ใน “ศาสนาดั้งเดิม” ของมนุษย์ในทุกๆ ชุมชน และ ในทุกพื้นที่ทั่วโลก...แน่นอนว่า...แม้นว่าคำตอบเหล่านั้นอาจจะดูไม่ต่างอะไรไปจาก เรื่องเล่าขานในนิทานสำหรับเด็ก เช่น เรื่องราวตำนานที่พระผู้เป็นเจ้าเอา   มนุษย์1ส่ตะกร้าหย่อนมาจากท้องฟ้าพร้อมกับพืชพรรณธัญญาหารของ ชาวแอ'ฟรีกันในคองโก,เรื่องของค้างคาวตัวหนึ่งที่เลินเล่อปล่อยให้ “ถุงใส่ ความมืด” ที่พระเจ้าบอกให้เอาไปไว้ที่ดวงจันทร์ ถูกบรรดาสัตว์ต่างๆ เปิด ออกมาดูจนเกิดปรากฏการณ์สสับไป-สสับมาระหว่างความมืดและสว่าง อุบัติขึ้นมาในโลกนี้ของชนเผ่าโกโนในแอฟรีกา,เรื่องของสัตว์ขนาดมหึมา ที่มานอนสถิตอยู่ใต้โลกใน ห่วงยางคอ “ช่วงเวลาแห่งความฝืน” (Dream time) และ สัตว์มหึมาตัวนี้ก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินแปรสภาพเป็นสรรพชีวิตต่างๆ ของ ชาวพื้นเมืองในทวีปออสเตรเลีย,เรื่องของวิญญาณสัตว์ วิญญาณที่อยู่ใน ก้อนหิน,ต้นไม้,ภูเขา,ท้องฟ้าและ

ห่วงยางเล่นน้ำ

1 year ago

โรคติดต่อที่มากับหนูและวิธีป้องกันการระบาด

ชนชาติแม้แต่น้อยการดำรงความเชื่ออันเก่าแก่ที่มีต่อ“วิญญาณสูงสุด”อัน ปรากฏตัวอยู่ในฐานะ “บุตรแห่งแสงสว่าง” ที่ทำการต่อสู้กับ “มังกรแห่ง ความมืด ไล่หนู ” มาตั้งแต่เริ่มต้นจักรวาล จนกลายมาเป็นตัมภีftบราณของชาว ยิวที่เรียกที่เรียกกันว่า “คัมภีร์โตราห์” และได้กลายมาเป็น “บทปฐมกาล” ในพระคัมภีร์ไบเบิลภาค “พันธะสัญญาเก่า” ของซาวครีสตไนเวลาต่อมา ก็ได้อาศัยคำตอบ-คำอธิบายง่ายๆ ที่ไม่ถึงกับซับซ้อนอะไรมากมายนัก ถึง จุดเริ่มต้นที่....พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน แผ่นดินก็ว่างเปล่า ความ มืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกคลุมอยู่เหนือน้านั้น” ไป จนถึงขั้นตอนที่พระองค์แยกความมืดออกจากความสว่าง สร้างที่แห้งให้ กลายมาเป็น ไล่หนูไฟฟ้า  “แผ่นดิน” สร้างที่ที่น้าไปรวมกันให้กลายเป็น “ทะเล” ทำการ เนรมิต “ดวงสว่างบนท้องฟ้า” คือดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ เพื่อให้ครอง วันและครองคืน สร้างพืช,สร้างสัตว์,และสร้างมนุษย์ด้วยวิธี...“สครับไทฟัสทรงปัน มนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูก มนุษย์จึงเป็นผู้มืชีวิต ขึ้นมาได้”...ฯลฯเช่นเดียวกับในราชอาณาจักรเก่าแก่อย่างอินเดีย...ตลอดเวลาที่มิ การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนานาชนิด ไม่ว่าการรู้จักวิธี กำหนดกลุ่มดาวออกเป็น 27 กลุ่มและจัดหมวดหมู่ดาวนักษัตร,กำหนด เดือนทางจันทรคติ,กำหนดช่วงระยะเวลาในรอบปีไล่เลียงออกมาเป็น จุดทศนิยมอย่างละเอียด ดักหนู ให้ระยะ 1 ปีมีค่าเท่ากับ 365.2586805 วัน,พัฒนา ความรู้ด้านดาราศาสตร์ด้วยการสร้างหอดูดาวมานานนับเป็นพันๆปีที่แล้ว จนสามารถสรุปวิถีการโคจรของดวงดาวในระบบสุริยะได้อย่างซัดเจน,เรียน รู้การกำหนดค่า71,สร้างคำอ

 

เครื่องไล่หนู